Investing speculation main difference

English हिन्दी Indonesia Português Tiếng Việt العربية

หลายคนมักถามตนเองว่า: ฉันจะเทรดตลาดการเงินอย่างไรให้ถูกต้อง? คุ้มไหมที่จะซื้อคู่สกุลเงินรอง หุ้น หรือกองทุน ETFs ในระยะยาว หรือแค่ซื้อไว้ไม่กี่ชั่วโมงแล้วค่อยขายก็เพียงพอแล้ว? เราจะพยายามตอบคำถามในบทความดังต่อไปนี้

เช่าหรือซื้อรถดีกว่ากัน?

ลองจินตนาการสถานการณ์ที่คุณกำลังย้ายไปอยู่อีกเมืองหนึ่ง คุณซื้อบ้านหลังใหม่ ขนย้ายข้าวของของคุณ แต่ตอนนี้คุณมีปัญหาใหม่ว่าจะเดินทางไปทำงานอย่างไร ที่ทำงานอยู่ค่อนข้างไกลจากที่บ้าน และการขนส่งสาธารณะก็ไปไม่ถึงที่ทำงาน

แถมคุณยังชอบเดินทาง แต่ไม่ชอบเดินทางด้วยเครื่องบิน คุณจึงมีทางเลือกสองอย่างคือ คุณสามารถซื้อรถเพื่อใช้ไปทำงานและไว้ขับไปท่องเที่ยว หรือคุณสามารถเช่ารถทุก ๆ วัน คุณจะต้องยอมรับว่าทั้งสองทางเลือกนี้ล้วนมีข้อดีและข้อเสียเป็นของตัวเอง

หาากคุณซื้อรถยนต์เป็นของตนเอง

  1. รถยนต์มีราคาแพง
  2. คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมและค่าประกัน
  3. มีความเป็นไปได้ที่คุณจะไม่พึงพอใจกับรถและจะขายรถ และราคาที่ขายอาจต่ำกว่าราคาที่คุณซื้อ

ในอีกทางหนึ่ง คุณมีแนวโน้มที่จะดูแลรถของคุณเป็นอย่างดี และพยายามที่จะไม่ให้รถเสื่อมสภาพ นอกจากนี้ รถยังใช้งานได้เป็นเวลาหลายปี หรือแม้แต่ส่งต่อให้ลูกหลานของคุณได้ถ้ารถคันนั้นเป็นรถที่ดี เป็นต้น

หากคุณเช่ารถ

  1. คุณจะต้องจ่ายเงินทุก ๆ วันสำหรับการใช้รถ และในระยะยาว คุณอาจจะต้องเสียเงินมากกว่าการซื้อรถเป็นของตนเอง
  2. อาจเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นมา เช่น การประสบอุบัติเหตุ หรือรถพัง ซึ่งอาจมาจากความผิดของคุณ

แต่ถ้าคุณไม่ชอบรถคันนั้น คุณสามารถเปลี่ยนได้ทุกเมื่อด้วยค่าใช้จ่ายที่แทบจะเท่ากัน

ลงทะเบียนบัญชี Olymp Trade และรับ $10,000 รับ $10,000 สำหรับมือใหม่

ทำไมต้องลงทุน?

การลงทุนและการเก็งกำไรเปรียบเสมือนกับการเทรดใช้รถไปทำงานหรือท่องเที่ยว การลงทุนนั้นโดยหลักแล้วเป็นการสร้างพันธะระยะยาว เช่นเดียวกันกับการซื้อรถเป็นของตนเอง การลงทุนประเภทนี้จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก

เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับคุณ สมมติว่าคุณตัดสินใจที่จะลงทุนในหุ้น ในปัจจุบัน หุ้น Apple มีมูลค่าประมาณ $133 ต่อหุ้น, Amazon $3,400, และ Tesla $680 แน่นอนว่าคุณสามารถซื้อหุ้นเดียวจากบริษัทเดียวได้ แต่ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ทำกำไร (เหมือนกับรถประสบอุบัติเหตุ) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ คุณจะต้องสร้างพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หุ้นปลอดภัย ซึ่งหมายถึงหุ้นของบริษัทหรือกองทุน (ETFs) ที่จะขยับขึ้นเมื่อตลาดซบเซา ซึ่งไม่ต่างจากการซื้อประกันรถยนต์ เป็นต้น

Investing Vs Speculation: The Main Difference
Investing Vs Speculation: The Main Difference

การวิเคราะห์ประเภทนี้เรียกว่า การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และเป็นการวิเคราะห์ที่มุ่งทำนายพฤติกรรมราคาในระยะยาว การศึกษาการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเปรียบเสมือนกับการพยายามทำความเข้าใจว่ารถของคุณเป็นอย่างร ในกรณีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่รถยนต์จะพังกลางคันไปได้มาก

เช่นเดียวกัน คุณควรจะดูแลรถของคุณอย่างเป็นประจำ พาไปตรวจสภาพรถเพื่อให้แน่ใจว่ารถจะไม่พังกลางคันอย่างไร คุณก็ควรที่จะดูแลและตรวจสอบพอร์ตการลงทุนของคุณเป็นประจำเช่นกัน หมายความว่า นักลงทุนจะต้องหมั่นติดตามการลงทุนของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และหากจำเป็นจะต้องคอยเพิ่มหุ้นในพอร์ต หรือขายหุ้นบางตัวทิ้งไป เป็นต้น

รถยนต์ที่ดีที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นประจำย่อมใช้ได้นานฉันท์ใด พอร์ตหุ้นก็สามารถอยู่ได้นานหลายปีฉันท์นั้น พอร์ตหุ้นสามารถสร้างกำไรที่มั่นคงได้เป็นเวลาหลายปีสำหรับนักลงทุน เช่น ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา หุ้นบริษัท Apple เติบโตขึ้น 376%, หุ้น Amazon 940%, และหุ้น Tesla เติบโตขึ้นเกือบ 1500%

ลูกหลายของคุณยังจะได้รับมรดกจากพอร์ตการลงทุนที่จัดสรรอย่างเหมาะสมอีกด้วย

ลงทะเบียนบัญชี Olymp Trade และรับ $10,000 รับ $10,000 สำหรับมือใหม่

การเก็งกำไรคืออะไร?

การเก็งกำไรคล้ายกันกับการเช่ารถ ประการแรกคือ คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร คุณสามารถใช้เงินของโบรกเกอร์ของคุณในรูปแบบของอัตราทดหรือตัวคูณที่มีให้บริการในการเทรด

การลงทุน Vs การเก็งกำไร: ความแตกต่างหลัก
การลงทุน Vs การเก็งกำไร: ความแตกต่างหลัก

ไม่บ่อยนักที่คุณจะต้องเดินทางระยะไกลด้วยรถเช่า แต่คุณอาจจะไม่ต้องคำนึงมากนักเกี่ยวกับเรื่องระดับน้ำมันหรือก๊าซ คุณจะคิดเกี่ยวกับเส้นทางที่ใช้และวิธีการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งให้รวดเร็วที่สุด เช่นเดียวกันกับการเก็งกำไร คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่าธุรกิจนั้นเป็นอย่างไรโดยสมบูรณ์ หรือทำความเข้าใจเศรษฐกิจประเทศที่คุณกำลังเทรดซื้อหรือขายค่าเงินประเทศนั้น ๆ เป็นต้น

ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือแค่ทำนายการเคลื่อนที่ของราคาในระยะสั้น โดยคุณสามารถใช้การวิเคราะห์อีกประเภทหนึ่งสำหรับการเทรดในรูปแบบนี้ที่เรียกว่า การวิเคราะห์ทางเทคนิค การวิเคราะห์ประเภทนี้จะประเมินแค่กราฟและการเคลื่อนที่ของราคาเท่านั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคสามารถใช้ได้ผลดีในการทำนายการเคลื่อนที่และพฤติกรรมของราคาในอนาคตสำหรับสินทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินประเภทต่าง ๆ

แตกต่างไปจากการลงทุน ซึ่งคุณจะต้องรอเป็นเวลานานจนกว่าจะได้รับผลตอบแทน การเก็งกำไรจะช่วยให้คุณได้รับผลกำไรในระยะเวลาค่อนข้างสั้น และนักเทรดมักไม่สนใจว่าราคาจะขยับไปในทิศทางไหน ขึ้น หรือ ลง สิ่งสำคัญคือการคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาในระยะสั้นเท่านั้น เช่น ลองดูที่หุ้นบริษัท Apple หากคุณใช้แนวทางการเก็งกำไร คุณสามารถเพิ่มรายได้เป็นอย่างมากโดยการเทรดทั้งขึ้นและลง

การลงทุน Vs การเก็งกำไร: ความแตกต่างหลัก
การลงทุน Vs การเก็งกำไร: ความแตกต่างหลัก

เช่นเดียวกันกับการเช่ารถ ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนรถเป็นคันอื่นได้อย่างรวดเร็ว นักเทรดก็สามารถจะปรับเปลี่ยนไปเทรดสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ในกรณีนี้ คุณไม่ต้องดูแลพอร์ตของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่าพอร์ตประเภทนี้มักไม่มีอยู่จริงหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงตอน และแน่นอนว่าแนวทางนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่าเป็นอย่างมากเนื่องด้วยจำนวนคำสั่งเทรดที่มากกว่านั่นเอง

บทสรุป

คำถามก็คือควรเลือกอะไรดี แนวทางการลงทุนหรือการเก็งกำไรในการเทรด? ความจริงก็คือต้องเลือกทางสายกลางเสมอ สำหรับการเดินทางควรจะมีรถยนต์เป็นของตนเองจะดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครห้ามคุณหากคุณเลือกจะเช่ารถบ้างในบางโอกาส

คุณสามารถผสมผสานทั้งสองแนวทางนี้ได้อย่างง่ายดาย โดยมีพอร์ตการลงทุนเป็นของคุณเอง ซึ่งจะให้ผลกำไรในระยะยาว ในขณะเดียวกัน คุณอาจกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับการเก็งกำไร เพื่อทำรายได้จากการผันผวนในตลาดในระยะสั้นไปด้วยก็ได้

English हिन्दी Indonesia Português Tiếng Việt العربية

การลงทุน Vs การเก็งกำไร: ความแตกต่างหลัก
4.1 (82%) 132 reviews